วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เมื่อต้นเดือนตุลาคม 2554 ข้าพเจ้าได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรในการประชุมสัมมนาครูในโรงเรียนนี้เรื่อง การเตรียมความพร้อมรับการประเมินรอบสาม

เช้า 8.30 น. ผอ.ปริญญา สุ่มจินดา กล่าวเปิดการประชุมสัมมนา เสร็จแล้วมอบของที่ระลึกให้วิทยากร (ผมเกือบเก็บกระเป๋ากลับแล้ว นึกว่าบรรยายเสร็จแล้ว....เผลอตัว)

จากที่เตรียมใบงานไป 1 ชุด หลายหน้าเหมือนกัน ผมก็เดินกิจกรรมตามนั้น คือเริ่มจากทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับมาตรฐานและตัวบ่งชี้ จบตรงนี้ก็เข้าไป 1 เบรกแล้ว

หลังจากกนั้นก็ให้แต่ละท่าน
1. วิเคราะห์ภาระงานตามตัวบ่งชี้ที่ได้รับมอบหมาย เพราะโรงเรียนวางตัวบุคคลไว้แล้ว โดยให้บอกว่า งานที่มีอยู่แล้วคืออะไร
2. ให้คะแนนตัวเองตามเกณฑ์ที่ สมศ. แล้วได้เท่าไร
3. ถ้าจะให้ได้เต็ม ต้องมีอะไรเพิ่ม
4. ให้แต่ละท่าน นำเสนอที่ประชุมเพื่อจะบอกเพื่อนว่า ต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้าง จึงจะทำให้มีสาระสนเทศที่สมบูรณ์ได้คะแนนตามที่ระบุในข้อ 3 และ 4

ใช้เวลาไปจนถึง บ่าย 3 โมง

หลังเบรกบ่าย จึงสรุป แนะนำแหล่งเรียนรู้เพิ่มเติม 3 โมงครึ่ง เลิก ห้ามเลิกช้ากว่านี้ เพราะถือคติ งานเลี้ยงให้เลิกช้า สัมมนาให้เลิกเร็ว

ต้องขอชื่นชมว่าครูลาดหญ้าไทรตั้งใจดีมาก บรรยากาศการเรียนรู้ดีมาก ขอชื่นชมด้วยความจริงใจ
ดาวน์โหลดใบงานได้ที่นี่

วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

สรุปผลการนิเทศครั้งที่ ๑ และ ๒ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๓

ความเป็นมา
กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต ๑ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการนิเทศการศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๕๓ โดยกำหนดขอบข่ายการนิเทศการศึกษา เป้าหมายและตัวชี้วัดด้านที่ ๒ การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ โดยในภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๓ กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา กำหนดการนิเทศโรงเรียนในสังกัดโรงเรียนละ ๒ ครั้งโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้
๑. เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของโรงเรียนเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในประเด็นการนิเทศที่กำหนด
๒. เพื่อเร่งรัดติดตามผลการดำเนินงานของโรงเรียนเกี่ยวกับการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ใน ๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้หลัก
๓. เพื่อรวบรวมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับ ปัญหา อุปสรรคและแนวทางแก้ไขในเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในประเด็นการนิเทศที่กำหนดและการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใน ๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้หลัก
การดำเนินการนิเทศในภาคเรียนที่ ๒ แบ่งออกเป็น ๒ ครั้งแต่ละครั้งกำหนดเป้าหมายต่างกันดังนี้
ครั้งที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๓ ดำเนินการนิเทศในระหว่างเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ๒๕๕๓ ดำเนินการนิเทศทุกโรงเรียนในสังกัดและโรงเรียนเอกชนทุกโรงเรียน ตามประเด็น ๖ ประเด็นคือ
๑. ความสามารถในการอ่านและเขียน
๒. การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
๓. การใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๕. ระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา
๖. การจัดการศึกษาระดับปฐมวัย
ครั้งที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๓ ดำเนินการนิเทศในระหว่างวันที่ ๑๗ – ๓๐ มกราคม ๒๕๕๔ เพื่อเร่งรัดติดตามผลการดำเนินงานของโรงเรียนเกี่ยวกับการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใน ๕กลุ่มสาระการเรียนรู้หลัก โดยคณะศึกษานิเทศก์นำเครื่องมือประเมินคุณภาพนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 3 คือแบบทดสอบที่คัดเลือกข้อทดสอบที่ค่อนข้างง่ายจากข้อทดสอบ O-NET ปีการศึกษา ๒๕๕๒ ชั้นละ ๑๖ ข้อ ซึ่งครอบคลุม ๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้หลักคือภาษาไทย ๓ ข้อ คณิตศาสตร์ ๓ ข้อ วิทยาศาสตร์ ๓ ข้อ สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ๓ ข้อ ภาษาอังกฤษ ๔ ข้อไปประเมินนักเรียนในโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาและโรงเรียนประถมศึกษาที่มีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ตั้งแต่ ๓๐ คนขึ้นไป
สรุปผลการนิเทศ
๑. ความสามารถในการอ่านและเขียน ทุกโรงเรียนมีจำนวนนักเรียนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ลดลง เนื่องจากได้รับการพัฒนาความสามารถและได้รับการคัดกรองเพื่อจัดทำแผนพัฒนาเป็นรายบุคคลมากขึ้นและนอกจากนี้อาจเป็นเพราะโรงเรียนต้องจัดทำข้อมูลนักเรียนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ส่งให้สำนักงานเขตพื้นที่ฯ ทุกวันที่ ๒ ของเดือน ทำให้โรงเรียนต้องเร่งรัดพัฒนาความสามารถดังกล่าว นวัตกรรมที่พบ มีบางโรงเรียนจัดครูรับผิดชอบพัฒนานักเรียนที่มีปัญหาการอ่านรายคน แบบคนต่อคน มีการใช้เพื่อนสอนเพื่อน พี่สอนน้อง การใช้เพลง การร้องเพลงคาราโอเกะ การนำคำพื้นฐานมาฝึกแต่งประโยค เป็นต้น
๒. การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
๒.๑ วิธีดำเนินการเร่งรัดคุณภาพนักเรียน พบว่าทุกโรงเรียนที่ทำการนิเทศมีการดำเนินการเร่งรัดคุณภาพนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ และชั้นมธยมศึกษาปีที่ ๓ โดยจัดการเรียนการสอนตามเนื้อหาที่ต้องเรียนในชั้นนั้นๆ ให้จบเร็วขึ้น นำแบบทดสอบเก่าๆ มาทบทวน จัดการสอนเพิ่มในช่วงเวลาเช้าก่อนเข้าเรียน หลังเลิกเรียนและวันเสาร์ บางแห่งมีการจัดสอนพิเศษ/ติวเข้ม เชิญวิทยากรภายนอกมาดำเนินการพัฒนาศักยภาพให้แก่นักเรียน
๒.๒ ผลการทดสอบในการนิเทศครั้งที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๓
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ พบว่า คะแนนเฉลี่ยรวมทุกรายวิชาเท่ากับร้อยละ ๖๓.๖๙ แต่เมื่อวิเคราะห์พบว่าคะแนนในแต่ละรายวิชายังมีความแตกต่างกัน โดยคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษได้คะแนนเฉลี่ยสูงกว่าร้อยละ ๗๐ แต่ภาษาไทย วิทยาศาสตร์และสังคมศึกษาฯ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละน้อยกว่าร้อยละ ๖๐

เมื่อวิเคราะห์ผลเป็นรายข้อพบว่า นักเรียนยังมีปัญหาในประเด็นต่อไปนี้
- ภาษาไทยในส่วนของเรื่องการเขียนสะกดคำ
- คณิตศาสตร์ในเรื่องของเศษส่วนซึ่งเป็นเนื้อหาที่วัดความเข้าใจในนิยามทางคณิตศาสตร์และความหลากหลายในการเขียนจำนวน
- วิทยาศาตร์ในเรื่องการอ่านข้อมูลจากการทดลองแล้วสรุปผลซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจนิยามทางวิทยาศาสตร์ มาพิจารณาวิเคราะห์ตัวเลือก
- สังคมศึกษาฯ ยังไม่สามารถนำองค์ความรู้ในเรื่องสิทธิการเลือกตั้งมาวิเคราะห์พิจารณาตัวเลือกที่ถูกต้องได้
อย่างไรก็ตาม ข้อทดสอบในแต่ละรายวิชามีเพียง ๓ ข้อ อาจไม่ครอบคลุมเนื้อหาที่ครูแต่ละรายวิชาสอน ผลการอภิปรายนี้อาจอ้างอิงไม่ได้ทั้งหมด
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ พบว่า คะแนนเฉลี่ยรวมทุกรายวิชาเท่ากับร้อยละ ๕๓.๕๖ แต่เมื่อวิเคราะห์พบว่าคะแนนในแต่ละรายวิชายังมีความแตกต่างกัน โดยภาษาไทยและวิทยาศาสตร์ได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ ๖๐ โดยประมาณ ในขณะที่คณิตศาสตร์ได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ ๓๗ ส่วนสังคมศึกษาฯ และภาษาอังกฤษมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละน้อยกว่าร้อยละ ๖๐
เมื่อวิเคราะห์ผลเป็นรายข้อพบว่า นักเรียนยังมีปัญหาในประเด็นต่อไปนี้
- ภาษาไทยในส่วนของเรื่องการนำคำจากภาษาต่างประเทศมาใช้ในภาษาไทย
- คณิตศาสตร์ในเรื่องของการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ (บทประยุกต์)
- วิทยาศาตร์ในเรื่องการอ่านข้อมูลจากการทดลองแล้วสรุปผลซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจนิยามทางวิทยาศาสตร์ มาพิจารณาวิเคราะห์ตัวเลือก
- สังคมศึกษาฯ นักเรียนยังขาดองค์ความรู้และการนำไปใช้ มาวิเคราะห์พิจารณาตัวเลือกที่มีความสัมพันธ์กัน
อย่างไรก็ตาม ข้อทดสอบในแต่ละรายวิชามีเพียง ๓ ข้อ อาจไม่ครอบคลุมเนื้อหาที่ครูแต่ละรายวิชาสอน ผลการอภิปรายนี้อาจอ้างอิงไม่ได้ทั้งหมด
เมื่อวิเคราะห์คะแนนเฉลี่ยรวมทุกกลุ่มสาระเป็นรายโรงเรียน พบว่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละแตกต่างกันมาก กล่าวคือในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนที่มีคะแนนสูงสุดร้อยละ ๙๔ ต่ำสุดร้อยละ ๓๕ ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนที่มีคะแนนสูงสุดร้อยละ ๗๒ ต่ำสุดร้อยละ ๓๓ ในโรงเรียนบางแห่งที่มีครูสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ หลายคน มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละในแต่ละรายวิชาแตกต่างกันมาก ซึ่งบางครั้งพบว่าเป็นไปตามความมุ่งมั่นของครูผู้สอน ผลคะแนนเฉลี่ยชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ บางโรงเรียนอยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับโรงเรียนอื่นๆ และเป็นโรงเรียนที่ครูสอนเพียงคนเดียว พบว่าครูในโรงเรียนดังกล่าวมักมีภารกิจอื่นๆ มากนอกจากงานการสอนเช่น ทำหน้าที่ครูการเงิน ครูธุรการ ครูกีฬา เป็นต้น
๓. การใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ จากการตรวจสอบเอกสารพบว่าโรงเรียนร้อยละ ๑๐๐ มีเอกสารหลักสูตร แต่เมื่อได้ศึกษาเอกสารหลักสูตรของโรงเรียนพบว่า หลายโรงเรียนยังไม่มีโครงสร้างรายวิชา หรือยังมีไม่ครบทุกชั้นทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ จากการสัมภาษณ์พอสรุปได้ว่า ครูยังไม่เข้าใจว่า โครงสร้างรายวิชามีความสำคัญต่อการจัดการเรียนรู้ การกำหนดสัดส่วนคะแนนระหว่างเรียนและการวัดประเมินผลปลายปีอย่างไร เป็นประเด็นที่ควรพัฒนาต่อไป
สำหรับการนำหลักสูตรไปใช้สำหรับการจัดการเรียนการสอน กำหนดภาระงาน ชิ้นงานและการวัดผลยังไม่สะท้อนตัวชี้วัดและมาตรฐานการเรียนรู้ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญ ถ้าโรงเรียนไม่ได้ดำเนินการแก้ปัญหาจะส่งผลให้นักเรียนไม่มีคุณภาพตามตัวชี้วัดและมาตรฐานการเรียนรู้ ไม่สามารถยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้ตามเป้าหมาย

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ พบว่าโรงเรียนส่วนใหญ่ได้จัดทำระเบียบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ มีเครื่องมือวัดและประเมินผลที่หลากหลาย เช่นแบบทดสอบ เกณฑ์การให้คะแนน ฯลฯ รวมทั้งโรงเรียนได้จัดให้มีคลังข้อสอบที่สอดคล้องกับหลักการของการวัดและประเมินผลตามหลักสูตรแกนกลางฯ ๒๕๕๑ มีการหนดสัดส่วนคะแนนในรายวิชาต่างๆ แตกต่างกันตามเป้าหมายและจุดเน้นของแต่ละโรงเรียน เช่น ๖๐/๔๐, ๗๐/๓๐, ๘๐/๒๐ สำหรับแบบบันทึกคะแนนรายกลุ่มสาระการเรียนรู้ หลายโรงเรียนใช้แบบที่ออกแบบจัดทำเอง บางโรงเรียนจัดซื้อจากสำนักพมพ์ มีบางส่วนที่ไม่สอดคล้องกับหลักการประเมินผลตามหลักสูตร ๒๕๕๑
๕. ระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โรงเรียนส่วนมากยังไม่ได้กำหนดมาตรฐานสถานศึกษารวมทั้งยังไม่ได้แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ซึ่งถ้ามีองค์ประกอบครบสมบูรณ์ก็จะช่วยให้โรงเรียนมีความพร้อมในการประเมินรอบ ๓ มากขึ้น
๖. การจัดการศึกษาระดับปฐมวัย จากการเยี่ยมชมห้องเรียนโดยรวมๆแล้วพบว่า สภาพห้องเรียนระดับอนุบาลมีความเหมาะสม หลายโรงเรียนมีพัฒนาการดีมาก จากการตรวจดูเอกสารประกอบการเรียนของนักเรียนและสัมภาษณ์ผู้สอน พบว่ามีการส่งเสริมนักเรียนให้มีทักษะทางภาษาและคณิตศาสตร์ แต่จากการสุ่มประเมินผลงานนักเรียน พบว่านักเรียนยังต้องได้รับการพัฒนาให้มีทักษะดังกล่าวเพิ่มขึ้นอีกมาก ต้องมีการกำหนดเป้าหมายความสามารถของนักเรียนในระดับนี้ให้ชัดเจนทั้งอนุบาล ๑ และ ๒ และต้องเพียงพอที่จะเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
บางโรงเรียนได้นำคำในบัญชีคำพื้นฐานสำหรับเด็กเล็กไปใช้ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านภาษาของนักเรียนเช่น จัดทำเป็นบัตรคำ หรือจัดทำเป็น PowerPoint Presentation จัดทำหนังสือนิทาน คำคล้องจอง หรือฝึกนักเรียนใช้คำพื้นฐานมาใช้ในลักษณะบูรณาการให้สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้ และกิจกรรมประจำวัน เช่น หน่วยวันพ่อ เรียนรู้คำว่า พ่อ เขียนคำว่า หนู รัก พ่อ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้เด็กมีประสบการณ์ทางภาษาและคลังคำสำหรับนำไปใช้ในการเรียนรู้ต่อไป

วันอังคารที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2553

การประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ของผู้อำนวยการโรงเรียน


รายละเอียดประกอบรายงานการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ของผู้อำนวยการโรงเรียน


ความเป็นมา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครปฐม เขต 1 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจเยี่ยมและประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของผู้อำนวยการโรงเรียน
ข้าพเจ้าได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการคณะที่ 5 ทำการประเมินผู้บริหารโรงเรียนในโซนคุณภาพกำแพงแสน 2 จำนวน 27 โรงเรียน โดยคณะกรรมการประกอบด้วย
1. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา นครปฐม เขต 1
2. นายสุภาพ พุทธคุณ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตฯ
3. นายสมหมาย เทียนสมใจ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตฯ
4. นายไพฑูรย์ ปลอดอ่อน ศึกษานิเทศก์
5. นายนิธิ ชำนิวณิชนันท์ ศึกษานิเทศก์
6. นางสาวยุพา ทรัพย์อุไรรัตน์ ศึกษานิเทศก์
ปฏิทินการประเมิน
วัน เดือน ปี โรงเรียนที่ประเมิน
14 กันยายน 2553
1. วัดหนองกระทุ่ม
2. บ้านห้วยปลากด
3. บ้านอ้อกระทุง
15 กันยายน 2553
4. วัดราษฎร์วราราม
5. วัดดอนเตาอิฐ
6. วัดสระสี่มุม
7. บ้านสามัคคี
8. บ้านหนองกร่าง
16 กันยายน 2533
9. บ้านหนองเขมร
10. บ้านหนองไม้งาม
11. วัดนิยธรรมวราราม
17 กันยายน 2533
12. วัดทะเลบก
13. วัดท่าเสา
14. วัดห้วยม่วง
15. วัดปทุมทองสุทธาราม
20 กันยายน 2553
16. บ้านหนองพงเล็ก
17. บ้านหนองพงนก
18. วัดโพธ์งาม
19. ประถมฐานบินกำแพงแสน
21 กันยายน 2553
20. บ้านหนองโสน
21. วัดศาลาตึกสิทธิชัยวิศาล
22. วัดห้วยผักชี
23. บ้านห้วยรางเกตุ
22 กันยายน 2553
24. วัดหนองจิก
25. วัดหนองศาลา
26. วัดประชาราษฎร์บำรุง
27. บ้านบัวแดง

ประเด็นที่ทำการประเมิน
คณะกรรมการประเมินตามรายการประเมินในแบบประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของผู้อำนวยการโรงเรียนตามเกณฑ์ที่ กคศ.กำหนด ดังนี้
ตอนที่ 1 ด้านผลการปฏิบัติงาน มีการประเมินผลการปฏิบัติงานตามโครงสร้างการบริหารงานของสถานศึกษา 4 งาน คือ
1.1 งานวิชาการ
1.1.1 การบริหารหลักสูตรและการพัฒนาหลักสูตร
1.1.2 การจัดแหล่งเรียนรู้
1.1.3 การส่งเสริมการใช้สื่อ เทคโนโลยี นวัตกรรมทางการศึกษาและการวิจัย
1.1.4 การส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
1.1.5 การจัดการวัดผล ประเมินผล
1.2 งานบริหารงานบุคคล
1.2.1 การวางแผนอัตรากำลังในสถานศึกษา
1.2.2 การพัฒนาบุคลากรในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง
1.2.3 การจัดทำมาตรฐานภาระงานสำหรับบุคลากรในสถานศึกษา
1.2.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานตามมาตรฐานภาระงาน
1.2.5 การจัดสวัสดิการให้แก่บุคลากรในสถานศึกษา
1.3 งานบริหารแผนงานงบประมาณ
1.3.1 แผนพัฒนาสถานศึกษา
1.3.2 แผนปฏิบัติการ
1.3.3 การบริหารงบประมาณ
1.4 การบริหารงานทั่วไป
1.4.1 งานกิจการนักเรียน
1.4.2 งานอาคารสถานที่
1.4.3 งานประกันคุณภาพการศึกษา
1.4.4 งานระดมทรัพยากรจากชุมชน
1.4.5 งานชุมชนและการมีส่วนร่วม
1.4.6 งานรักษาความปลอดภัย
1.5 ผลการปฏิบัติงานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย
ตอนที่ 2 การประเมินความประพฤติในการรักษาวินัย
ตอนที่ 3 การประเมินคุณธรรมจริยธรรม
ตอนที่ 4 การประเมินจรรยาบรรณวิชาชีพ

สิ่งดีๆ ที่พบจากการประเมินตามประเด็นผลการปฏิบัติงาน
โรงเรียนในโซนคุณภาพกำแพงแสน๒
1. การบริหารหลักสูตรและการพัฒนาหลักสูตร โรงเรียนทุกแห่งที่ไปตรวจเยี่ยม มีการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 แต่ถ้ากล่าวถึงการบริหารหลักสูตรซึ่งหมายถึงการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการนำหลักสูตรไปใช้ อันครอบคลุมไปยังการจัดกิกรรมการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับมาตรฐานและตัวชี้วัดที่กำหนด ตลอดจนกระบวนการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แต่ละโรงเรียนยังมีความแตกต่างกันเนื่องจากไม่มีโอกาสไปสังเกตการสอน จึงอาศัยวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารที่โรงเรียนนำเสนอก็พบว่า โรงเรียนที่เป็นต้นแบบในประเด็นนี้ได้ ได้แก่โรงเรียนประถมฐานบินกำแพงแสน โรงเรียนวัดหนองศาลา และโรงเรียนวัดประชาราษฎร์บำรุง
2. การจัดแหล่งเรียนรู้ ประเด็นนี้จะมุ่งไปที่ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องเรียนพิเศษอื่น เช่น ห้องวิทยาศาสตร์ ห้องเรียนภาษาอังกฤษ และแหล่งเรียนรู้ภายนอกอาคาร เช่นสนาม โรงเพาะเห็ด แปลงเกษตร ฯลฯ
2.1 ห้องสมุด ทุกโรงเรียนมีห้องสมุดเพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ ขนาดของห้องเล็กบ้าง ใหญ่บ้างตามความพอเพียงของอาคารสถานที่ มีโรงเรียนหลายแห่งจัดห้องสมุดได้เหมาะสม เพียงพอและสวยงาม เช่นโรงเรียนวัดท่าเสา โรงเรียนบ้านห้วยปลากด โรงเรียนบ้านสามัคคี แต่เมื่อดูที่พัฒนาการด้านการให้บริการห้องสมุดให้ทันสมัยเช่นบันทึกการเข้าใช้ห้องสมุดด้วยบาร์โค้ดประจำตัวนักเรียนแต่ละคน ต้องที่โรงเรียนวัดหนองศาลา หลายโรงเรียนก็พัฒนาระบบยืมคืน ค้นหาหนังสือด้วยบาร์โค้ดด้วยเช่นกัน ไปดูงานได้ที่โรงเรียนประถมฐานบินฯ โรงเรียนวัดศาลาตึกสิทธิชัยวิศาล โรงเรียนวัดท่าเสา เป็นต้น (ยังมีที่อื่นอีก ขออภัยกล่าวถึงได้ไม่หมด)
2.2 ด้านแหล่งเรียนรู้ภายนอกที่เด่นๆ คือโรงเพาะเห็ดของโรงเรียนวัดหนองศาลาและโรงเรียนวัดห้วยผักชี โดมผักสวนครัวของโรงเรียนบ้านหนองเขมร สวนพืชทะเลทรายของโรงเรียนวัดดอนเตาอิฐ บ่อหมักก๊าซชีวภาพที่โรงเรียนวัดหนองกระทุ่ม ผักกางมุ้งที่โรงเรียนบ้านหนองโสน สวน12 ราศีที่โรงเรียนวัดหนองจิก สวนม้าลายที่โรงเรียนวัดห้วยม่วง โรงปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ (การปลูกพืชลงบนสารละลายธาตุอาหารพืช) ที่โรงเรียนวัดสระสี่มุม เป็นต้น
3. การส่งเสริมการใช้สื่อ เทคโนโลยี นวัตกรรมทางการศึกษาและการวิจัย ในประเด็นนี้ แต่ละโรงเรียนมีการพัฒนาในระดับน่าพอใจทุกโรงเรียน หลายโรงเรียนจัดให้มีคอมพิวเตอร์ประจำห้องเรียนทุกห้องเรียน วางระบบแลนให้ใช้อินเทอร์เน็ตและอินทราเน็ตได้ โรงเรียนที่เป็นตัวอย่างได้เช่นโรงเรียนวัดดอนเตาอิฐ โรงเรียนวัดราษฎร์วราราม โรงเรียนบ้านหนองเขมร โรงเรียนวัดประชาราษฎร์บำรุง โรงเรียนวัดท่าเสา โรงเรียนประถมฐานบินกำแพงแสน นอกจากนั้นยังมีโรงเรียนที่วางระบบโทรทัศน์วงจรปิด มีช่องโทรทัศน์ของโรงเรียนเองเช่น โรงเรียนวัดราฎร์วราราม โรงเรียนวัดศาลาตึกสิทธิชัยวิศาล โรงเรียนวัดดอนเตาอิฐ โรงเรียนบ้านหนองเขมร (ต้องขออภัยหากเอ่ยชื่อโรงเรียนต่างๆ ไม่ครบ) ทุกโรงเรียนมีโทรทัศน์ทางไกลผ่านดาวเทียม
สำหรับประเด็นของการวิจัย ทุกโรงเรียนส่งเสริมให้ครูทำการวิจัยอย่างน้อยปีละ 1 เรื่อง
4. การส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามที่กล่าวแล้ว่า ไม่มีโอกาสสังเกตุการสอนจึงไม่เห็นพฤติกรรมการสอนของครู พบเพียงร่องรอยหลักฐานของการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เช่นการทำงานกลุ่ม การทำโครงงาน ฯลฯ
5. การจัดการวัดผล ประเมินผล ทุกโรงเรียนมีการกำหนดระเบียบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของสถานศึกษา บางโรงเรียนจัดทำคู่มือการวัดผลประเมินผลเพื่อบอกว่าแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ มีการวัดผลอย่างไร มีการเก็บคะแนนกี่ครั้ง มีการสอบประมวลความรู้เมื่อไรบ้าง บางโรงเรียนพัฒนาระบบการจัดเก็บสารสนเทศด้านการวัดผลประเมินผลการเรียนรู้ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่นโรงเรียนวัดท่าเสา โรงเรียนวัดประชาราษฎร์บำรุง (ที่อื่นๆก็อาจจะมีอีกแต่ผู้เขียนไม่ทราบ)
6. งานบริหารงานบุคคล
6.1 การวางแผนอัตรากำลังในสถานศึกษา โรงเรียนที่ไปประเมินมากกว่าครึ่งอยู่ในภาวะขาดครู โรงเรียนที่ครูมาก นักเรียนมากหน่อยก็ใช้วิธีรวมห้อง เพื่อลดชั่วโมงสอนครูจะได้พอสอน ผลกระทบก็คงทราบดีว่าจะเป็นอย่างไร หลายโรงเรียนต้องเจียดเงินรายหัวไปจ้างครูมาสอน บางโรงเรียนได้รับการช่วยเหลือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็เบาแรง โรงเรียนขนาดเล็ก จะน่าเห็นใจหน่อย เพราะ งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มาไม่ค่อยถึง เงินรายหัวก็น้อยแต่ก็สามารถแก้ปัญหาด้วยความสามารถส่วนตัว เช่น โรงเรียนบ้านห้วยปลากด โรงเรียนวัดหนองจิก โรงเรียนบ้านสามัคคี โรงเรียนวัดราษฎร์
วราราม โรงเรียนวัดห้วยผักชี โรงเรียนบ้านอ้อกระทุง บางโรงเรียนต้องการครูที่มีความสามารถเฉพาะทางเช่นเอกภาษาอังกฤษ ก็จ้างมาเสริม เช่นโรงเรียนบ้านห้วยรางเกตุ เอกคอมพิวเตอร์ที่โรงเรียนบ้านหนองกร่าง หรือครูต่างชาติ (ภาษาอังกฤษ)ที่โรงเรียนบ้านสามัคคี
6.2 ในประเด็นที่เกี่ยวกับ การพัฒนาบุคลากรในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง การจัดทำมาตรฐานภาระงานสำหรับบุคลากรในสถานศึกษา การประเมินผลการปฏิบัติงานตามมาตรฐานภาระงาน การจัดสวัสดิการให้แก่บุคลากรในสถานศึกษา ทุกโรงเรียนมีการดำเนินการตามที่ระเบียบและวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกำหนด ที่จะแตกต่างกันบ้างก็คือเรื่องการจัดสวัสดิการ ซึ่งมีโครงการสร้างขวัญกำลังใจด้วยการไปทัศนศึกษา พักผ่อนประจำปีร่วมกันเป็นต้น
7. งานบริหารแผนงานงบประมาณ ทุกโรงเรียนมีการจัดทำและใช้แผนพัฒนาสถานศึกษา ซึ่งโดยมากจะเรียกว่าแผนกลยุทธ์ 3 ปี 4 ปี สำหรับแผนปฏิบัติการประจำปี มีหลายโรงเรียนที่จัดทำแผนได้ดี มีความสอดคล้องกับผลการแประเมินตนเองประจำปี สอดคล้องกับผลการประเมินภายนอกและข้อเสนอแนะ โครงการหรือกิจกรรมที่กำหนดในแผนปฏิบัติการ สอดรับกับมาตรฐานการศึกษา โรงเรียนที่จัดทำแผนได้ชัดเจน เป็นตัวอย่างดีก็ เช่น โรงเรียนวัดศาลาตึกสิทธิชัยวิศาล โรงเรียนวัดหนองศาลา โรงเรียนวัดท่าเสา โรงเรียนวัดทะเลบก เป็นต้น

สำหรับการบริหารงบประมาณ โรงเรียนมีความสามารถในการบริหารจัดการงบประมาณได้คล่องตัว สอดคล้องกับความต้องการ จำเป็นมากขึ้นซึ่งจะเห็นได้จากพัฒนาการของโรงเรียนในด้านต่างๆ เช่น วัสดุ ครุภัณฑ์ อาคารสถานที่ แหล่งเรียนรู้และการจัดกิจกรรมการพัฒนานักเรียน การพัฒนาบุคลากร รวมทั้งการจัดสวัสดิการอื่นๆที่เหมาะสม
8. งานกิจการนักเรียน ปัจจุบันโรงเรียนทุกแห่งมีระบบงานกิจการนักเรียนที่มีประสิทธิภาพ สิ่งที่เห็นชัดเจนคือระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน หลายโรงเรียนจัดหาทุนให้นักเรียนเกือบทุกคน ทุกโรงเรียนมีกิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน
9. งานอาคารสถานที่ ในปีการศึกษานี้ หลายโรงเรียนมีการพัฒนาด้านอาคารสถานที่ไปอย่างมาก ทำให้โรงเรียนสวยงาม น่าดู น่าอยู่ น่าเรียน อาคารและบริเวณสะอาด เรียบร้อยสวยงาม เช่น โรงเรียนบ้านห้วยปลากด โรงเรียนวัดห้วยผักชี โรงเรียนบ้านสามัคคี โรงเรียนวัดหนองกระทุ่ม โรงเรียนบ้านหนองเขมร โรงเรียนวัดท่าเสา ส่วนโรงเรียนอื่นๆ มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและรักษาสภาพได้ดี
โรงเรียนที่มีการก่อสร้างพร้อมปรับภูมิทัศน์ใหม่ เช่น โรงเรียนบ้านหนองโสนส้วมสวยมาก โรงเรียนวัดหนองศาลา ก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ ปรับปรุงถนนและก่อสร้างส้วมใหม่ โรงเรียนวัดนิยมธรรมวราราม ก่อสร้างอาคารเรียนและโรงจอดรถพร้อมรั้วโรงเรียน โรงเรียนวัดศาลาตึกสร้างเรือนพยาบาล (ครูบริจาค) โรงเรียนบ้านบัวแดงสร้างอาคารเรียนโดยเงินบริจาค 1 หลังพร้อมปรับปรุงสนามเด็กเล่น โรงเรียนวัดประชาราษฎร์บำรุง กำลังสร้างห้องสมุด โรงเรียนวัดโพธิ์งามปรับปรุงสนามใหม่ โรงเรียนบ้านหนองพงนกร่วมกับ อบต.ก่อสร้างศูนย์พัฒนาเด็ก โรงเรียนวัดทะเลบกกำลังก่อสร้างอาคารเรียนใหม่
10. งานประกันคุณภาพการศึกษา ในปี 2553 กระทรวงศึกษาธิการประกาศกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 ให้สถานศึกษาต้องจัดระบบประกันคุณภาพ ตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ ซึ่งประกอบด้วย 8 องค์ประกอบดังนี้
องค์ประกอบที่ 1 กำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
องค์ประกอบที่ 2 จัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐาน
การศึกษาของสถานศึกษา
องค์ประกอบที่ 3 จัดระบบบริหารและสารสนเทศ
องค์ประกอบที่ 4 ดำเนินงานตามแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
องค์ประกอบที่ 5 จัดให้มีการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา
องค์ประกอบที่ 6 จัดให้การประเมินคุณภาพภายในตามมาตรฐานการศึกษา
ของสถานศึกษา
องค์ประกอบที่ 7 จัดทำรายงานประจำปีที่เป็นรายงานการประเมินคุณภาพภายใน
องค์ประกอบที่ 8 จัดให้มีการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
องค์ประกอบที่ 2 – 8 เป็นเรื่องที่โรงเรียนถือปฏิบัติอยู่แล้ว แต่เรื่องใหม่คือ องค์ประกอบที่ 1 กำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา หลายโรงเรียนยังไม่มี ไม่เข้าใจ แต่โชคดี มีหลายโรงเรียนที่เป็นต้นแบบเรื่องนี้ได้ เช่น โรงเรียนวัดท่าเสา โรงเรียนบ้านหนองเขมร โรงเรียนวัดหนองกระทุ่ม โรงเรียนวัดหนองศาลา โรงเรียนวัดศาลาตึกสิทธิชัยวิศาล (จากที่เคยเห็นเอกสารและโรงเรียนนำเสนอให้ดู) เรื่องนี้ถ้าจะให้ชัดเจน ต้องปรึกษา ผอ.สมศักดิ์ รอบคอบ หรือ ศน.นิธิ ชำนิวณิชนันท์
11. งานที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ชุมชน และการระดมทรัพยากร ปัจจุบันจะพบว่า คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งชุมชนผู้ปกครองให้ความร่วมมือกับโรงเรียนเป็นอย่างดี ความศรัทธาของชุมชนต่อโรงเรียนช่วยให้โรงเรียนพัฒนาได้เป็นอย่างมาก เช่นโรงเรียนวัดสระสี่มุม สามารถสร้างอาคารที่มีมูลค่านับสิบล้านจากเงินบริจาค ลักษณะเดียวกับชาวบ้านบริจาคที่ดินให้โรงเรียนบ้านห้วยรางเกตุเมื่อปีก่อน
สรุป จากที่กล่าวมาแล้วเป็นเพียงมุมมองที่เห็นในระยะเวลาอันจำกัด ยังมีรายละเอียดอีกมากที่อาจมองไม่เห็น การประชาสัมพันธ์เป็นสิ่งจำเป็นที่โรงเรียนต้องทำ จะด้วยวิธีใด้ก็ตาม เพื่อเผยแพร่ผลงานให้ชุมชนเกิดความศรัทธาเชื่อมั่น ผลการปฏิบัติของโรงเรียน จะสะท้อนและสัมผัสได้จากศรัทธาของชุมชน